คค.ยันจัดเต็ม777ยกกำลังสามลดตาย”สงกรานต์”

คมนาคมยันความพร้อมมาตรการเข้ม 7-7-7 ยกกำลังสาม ลั่นอุบัติเหตุ ลดลง 7% คนเสียชีวิตจากระบบขนส่งสาธารณะเป็นศูนย์ จับตาเข้มรถหมวด 30 เมื่อวันที่ 3 เม.ย.  ที่กระทรวงคมนาคม(คค.)   นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้แถลงแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 61   ภายใต้มาตรการความปลอดภัยเข้มข้น 7-7-7ยกกำลังสาม รณรงค์ “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด”

แบ่งเป็นก่อนเทศกาล วันที่ 4-10 เม.ย.61, ช่วงเทศกาล วันที่ 11-17 เม.ย.61และหลังเทศกาล วันที่ 18-24เม.ย.61 นายอาคม กล่าวต่อว่า ผู้ประจำรถโดยสารสาธารณะรถตู้ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน ต้องมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ ไม่เสพสิ่งเสพติดแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายด้วยว่าจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายคมนาคมต้องลดลง 7% เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปี 60ขณะเดียวกันต้องไม่มีผู้เสียชีวิตจากการใช้บริการในระบบขนส่งสาธารณะไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนทางด่วนทุกเส้นทาง ดอนเมืองโทลเวย์และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)และต้องไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ

นายอาคม กล่าวอีกว่า  ช่วงสงกรานต์ปี 60กระทรวงคมนาคมยังคงเฝ้าระวังเป็นพิเศษกับเส้นทางเสี่ยงอันตราย 77 สายทางประกอบด้วย พื้นที่นำร่องภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น MLIT ประเทศญี่ปุ่น 12 สายทาง, สายทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงสงกรานต์ปี60 จำนวน 41 สายทาง, สายทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในรอบปี 60 จำนวน14 สายทาง และสายทางที่ประชาชนนิยมเดินทางมากในช่วงสงกรานต์ 10 สายทางโดยสายทางเหล่านี้แบ่งเป็นตามภูมิภาคได้ดังนี้ ภาคเหนือ 17 สายทาง ภาคกลาง 14สายทาง ภาคตะวันออก 4 สายทาง ภาคตะวันตก 6 สายทาง ภาคใต้ 16 สายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 สายทาง และกรุงเทพ/ปริมณฑล 2 สายทาง

นายอาคม กล่าวอีกว่า   ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลคุมเข้มการให้บริการรถโดยสารสาธารณะโดยให้ทุกสถานีขนส่งผู้โดยสาร 212 แห่งทั่วประเทศ สแกนรถโดยสารเข้มข้นทุกคันพร้อมเรียกตรวจสอบรถทุกคันที่ผ่านจุดเช็คพอยท์ 19 แห่ง ใน 16 จังหวัดโดยหากพบว่ากระทำความผิดให้ใช้กฎหมายลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณีพร้อมกันนี้ให้ศูนย์จีพีเอสส่วนกลาง และภูมิภาคของสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศควบคุมพฤติกรรมผู้ขับรถแบบเรียลไทม์ โดยให้แยกมอนิเตอร์รถหมวด 30เพื่อติดตามรถหมวดนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการเฝ้าระวังเชิงป้องกัน.  ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews


Comments are closed